ความผิดพลาดของ เชลซี

ความผิดพลาดของ เชลซี

ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีคะแนนเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 2 เท่า และ แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือ พาทีมชนะติดต่อกัน 6 เกมเป็นครั้งแรกในยุคของเขา ซึ่งมันดูเหมือนว่า พวกเขากำลังมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่ากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามในเกมนักลัดล่าสุด เชลซี เปิดรัง สแตมฟอร์ด บรดิจ์ พ่ายให้กับแมนยู 0-2 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ช่วงว่างระหว่างคะแนนของทั้ง 2 ทีมเหลือเพียง 3 แต้มเท่านั้น ซึ่งหลายคนมองว่า ทีมของแลมพาร์ดโชคไม่ดีที่ถูก VAR ริบประตูคืน 2 ครั้ง ปัจจุบันเชลซีรั้งอันดับ 4 ในตารางคะแนน และพวกเขาเก็บชัยชนะเพียง 4 จาก 14 เกมหลังสุดในลีก นั่นทำให้โมเมนตั้มของพวกเขาได้หายไป และความเชื่อมั่นก็หดหายไปอย่างรวดเร็ว และมันจะไม่ใช่เพียงแค่แมนยูเท่านั้นที่สามารถไล่ตามพวกเขาทัน

 เชลซีมีแต้มห่างจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 9 คะแนน

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เชลซีมีแต้มห่างจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 9 คะแนน แต่ตอนนี้พวกเขามีแต้มนำไก่เดือยทองเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น และทีมอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, วูล์ฟแฮมป์ตัน และเอฟเวอร์ตัน ต่างก็ทำแต้มไล่จี้เชลซีมาแล้วเช่นกัน ความกังวลของแลมพาร์ด คือความไร้ประสบการณ์ของลูกทีมที่ยังคงมีบทบาทต่อการทำลายงานของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมล่าสุดที่พ่ายแมนยู ซึ่ง อันเดรส คริสเตนเซ่น กองหลังดาวรุ่งชาวเดนมาร์ก ปล่อยให้ อองโตนี่ มาซิยัล หัวหอกชาวฝรั่งเศส ของแมนยูโฉบมาโหม่งประตูขึ้นนำอย่างมากมาย เป็นการยากที่จะไม่หวนกลับไปคิดถึงเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นของ แลมพาร์ด เมื่อเชลซีบุกไปโดนแมนยูถล่มขาดลอย 4-0 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วพลพรรคเชลซีรูปเกมไม่ได้เป็นรองมากนัก

แลมพาร์ด กล่าวหลังเกมแพ้แมนยู 0-2 ในเกมล่าสุดกับ “สกายสปอร์ต” สื่อกีฬาชั้นนำแดนผู้ดีว่า “เหตุผลที่เราแพ้ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่เพราะไลน์การยืนของเราในสนาม แต่มันเป็นเพราะความผิดพลาดในการพลิกบอลขึ้นไปในแดนหน้า และไม่ได้วิ่งไปในพื้นที่ที่เหมาะสม นั่นคือรายละเอียดเล็กน้อยที่คุณจะต้องเจออยู่เสมอ เราจะกลับไปพิจารณามัน กลับไปดูวิดีโอเกมนี้ และเราต้องทำให้ดีกว่านี้”

การเลือกทีมของแลมพาร์ดในเกมล่าสุดกับแมนยู เขาเลือกใช้นักเตะที่มีประสบการณ์อย่าง มัตตาโอ โควาศิส กองกลางโครแอต, เอ็นโกโล ก็องเต้ มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส และจอร์จินโญ ห้องเครื่องทีมชาติอิตาลี เป็นตัวจริงในแดนกลาง และใช้ เปโดร ปีกชาสเปน และวิลเลี่ยน ตัวรุกชาวบราซิล เป็นตัวจริงในแนวรุก อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บต้นขาของ ก็องเต้ ในนาทีที่ 12 นั้น ทำให้เชลซีต้องเจอปัญหาหนัก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานในแดนกลางที่ขาดหายไป ในขณะที่ แลมพาร์ด ยืนยันว่า เขาใส่ใจเรื่องของสถิติ แต่มันก็ไม่สามารถหนีความจริงได้ว่า ลูกทีมของเขาทำประตูไม่ได้ทั้งที่มีโอกาสมากมาย ในเกมกับแมนยูนั้น เชลซีมีโอกาสยิงมากถึง 17 ครั้ง แต่มีเพียงครั้งเดียวที่ ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสเปน ของแมนยูต้องเจอกับปัญหาหลังจากที่ เมสัน เมาท์ กองกลางดาวรุ่งชาวอังกฤษซัดฟรีคิกในนาทีที่ 89 ไปชนเสา

เหตุผลที่เราแพ้ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในฤดูกาลนี้ เชลซี สร้างโอกาสยิงได้มากกว่าทีมจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล เสียอีก และพวกเขาเป็นทีมเดียวใน 5 อันดับแรกที่มีประสิทธิภาพต่ำสุดในการเปลี่ยนแปลงโอกาสเป็นประตู ซึ่งจากข้อมูลของ Opta ระบุว่าเชลซีสูญเสียโอกาสทากอร์จาก 1 ใน 3 ที่พวกเขาสร้างสรรค์ได้

แลมพาร์ด กล่าวต่อว่า “คุณสามารถเห็นปัญหาในวันนี้ได้อย่างชัดเจน ถ้าคุณไม่มีประตู คุณก็จะไม่ชนะในการแข่งขัน และถ้าคุณไม่สามารถหาหนทางไปสู่การทำประตูได้ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะในเกม เรามีความรู้สึกแย่มากๆ ผมต้องขอโทษถ้าแฟน ๆ เชลซี ได้ยินผมพูดแบบนี้”

ขณะเดียวกันอีกปัญหาหนึ่งที่เชลซีต้องเผชิญคือ พวกเขาต้องเสีย 2 ประตูจากการถูกยิงตรงกรอบ 2 ครั้ง แต่นั่นก็ไม่มีอะไรใหม่ เพราะระหว่างผู้รักษาประตูของพวกเขาทั้ง 2 คน อย่าง เกปา อาร์ริซาบาลากา โกล์ชาวสเปน และ วิลลี่ กาบาเยโร่ นายทวารจอมเก๋าชาวอาร์เจนไตน์ ต่างก็มาถิติการเซฟประตูที่แย่ที่สุดของบรรดามือกาวในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ การรับมือกับการโต้กลับเร็วก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เชลซีมีปัญหา ซึ่ง เบิร์นลีย์ เป็นเพียงทีมเดียวเท่านั้นที่เสียประตูมากกว่าพวกเขาในการเผชิญหน้ากับ แมนฯยูไนเต็ด และมันเป็นความล้มเหลวที่ชัดเจนในการรับมือกับลูกเตะมุมหลังจากที่พวกเขาปล่อยให้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังทีมชาติอังกฤษของแมนยูโหม่งประตูที่ 2 นั่นคือความล้มเหลวที่เชลซีคุ้นเคยเช่นกัน โดยมีเพียงแอสตัน วิลล่า เท่านั้นที่เสียประตูจากลูกเตะมุมมากกว่า ซึ่งแลมพาร์ดเรียกการเสียประตูในเกมกับแมนยู ว่า ช่วงเวลางี่เง่า แต่นี่เป็นส่วนสำคัญของฟุตบอล และเวลาจะช่วยแก้ปัญหาบางอย่าง

การคว้าตัว ฮาคิม ซีเย็ค จอมทัพทีมชาติโมรอกโก ของ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม

การคว้าตัว ฮาคิม ซีเย็ค จอมทัพทีมชาติโมรอกโก ของ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ในศึกเอริวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ นั้น จะเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยม และผู้รักษาประตูคนใหม่เป็นสิ่งที่ แลมพาร์ด อาจต้องเริ่มมองหาหลังจากเขาใช้ กาบาเยโร่ เป็นมือ 1 แทน อาร์ริซาบาลากา ในแดนหน้า แทมมี่ ฮับราฮัม หัวหอกดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ ทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดเอาไว้ แต่กองหน้าคนอื่นๆอย่าง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส และ มิชี บาตชัวยี ศูนย์หน้าชาวเบลเยียม ก็ไม่น่าจะมีอนาคตในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในซีซั่นหน้า อย่างไรก็ตาม เวลานี้เชลซีต้องการการแก้ไขในระยะสั้นก่อนการแก้ปัญหาระยะยาว และ ท็อตแน่มจะเป็นผู้มาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในสุดสัปดาห์ถัดไป และหลังจบเกมแลมพาร์ด อาจพบว่า ลูกทีมของเขาต้องมีคะแนนตามหลังทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตเจ้านายเก่าของเขาไปแล้วก็เป็นได้