ประวัติเส้นทางลูกหนัง ของชายที่ชื่อว่า “โรนัลดินโญ่”

โรนัลดินโญ่ กับพี่ชายริคาร์โด้

หากพูดถึงนักเตะลีลาพริ้วไหวดั่งสายลม แฟนบอลในวงการลูกหนังก็คงคิดว่ามีแค่ คริตเตียน โรนันโด้ และ โรนันโด้ (โด้อ้วน) แต่จริงๆแล้วยังมีเขาอีกคนหนึ่ง ที่โหดไม่แพ้ 2 คนนั้นเลย เขาคือ โรนัลดินโญ่ และ เขายังมีชื่อที่คล้ายกับ โรนันโด้อีกด้วย ชื่ออีกอย่างเขาคือ โรนัลโด้ เดอ แอสซิส โมเรย์ร่า พูดถึงนักเตะในตำนานคนนี้ แน่นอนว่าเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลอย่างแน่นอน เขาในฉายาว่า “ นักเตะยิ้มเสน่ห์ “ เขาเป็นนักฟุตบอลที่ยิ้มตลอดเวลา ไม่ว่าจะโดนทำกิริยาไม่ดีใส่ เขาก็ได้แต่ยิ้มสู้ไม่มีการตอบโต้ง เขาเป็นที่รักของแฟนบอลทั้งวงการ มีแต่ผู้คนหลงรักเขาและหลงไหลในลีลาการเล่นของ โรนัลดินโญ่

เขาเป็นนักเตะชาวบราซิล ที่เกิดในถิ่นทุรกันดาร จุดเริ่มต้นของเขาเกิดขึ้นในปี 1980 เขามีพี่ชายที่เป็นนักฟุตบอล เขาชื่อ โรแบร์โต้ พี่ชายเขาเล่นฟุตบอลเป็นอาชีพ ช่วงนั้นบ้านของ โรนัลดินโญ่ ยากจนมาก เขาอยู่กับพ่อและแม่ เวลาต่อมา พ่อของเขาได้เสียชีวิตลงพี่ชายเขาเลยต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว พี่ชายเขาได้เลี้ยงเขากับแม่จนเขาโตขึ้นมา พี่ชายเป็นต้นแบบของเขามาตั้งแต่เด็ก โรนัลดินโญ่ได้เอาแบบอย่างการเป็นนักฟุตบอล เพราะเขาคิดว่าที่ครอบครัวเค้าอยู่รอดได้ทุกวันนี้มาว่าจากคำว่าฟุตบอล ที่ได้เลี้ยงเขา และ ครอบครัวที่ชื่อ “โมเรน์ร่า“ ซึ่งเขาได้เห็นพี่ชายเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในวงการลูกหนัง เขาได้แต่นั่งคิดและใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอล ในวัย 7 ปี ของโรนัลดินโญ่ ได้เตะฟุตบอลตามท้องถนนแบบไร้จุดหมาย แต่เขาโชคดีที่มีพี่ชายแสนดีได้ให้คำแนะนำ ให้เดินเข้าสู่วงการฟุตบอลมืออาชีพ

Ronaldinho in Brazil

จุดเริ่มต้นสู่วงการลูกหนัง

ก้าวแรกบนเส้นทางฟุตบอลมืออาชีพของโรนัลดินโญ่ได้เริ่มขึ้น เขาได้รับโอกาสเซ็นสัญญาทีมเยาวชนเป็นครั้งแรก นั้นคือทีม เกรมิโอ ในเมืองบราซิลถิ่นบ้านเกิดของเขา และจุดเริ่มต้นนักเตะตำนานคนนี้เกิดขึ้นในเกมที่เจอกับ Sport Clube Nacional ในวัย 13 ปี เขาได้โชว์ความเหนือชั้นให้โลกรู้ โดยการทำประตูไป 23 – 0 ประตู เขาเป็นคนยิงคนเดียวทั้งหมด 23 ประตู ทำให้มีแมวมองจับตาเขาตลอดมา ต่อมา เขาได้โดนเรียกตัวให้ติดทีมชาติเป็นครั้งแรก ในชุดเยาวชนไม่เกิน 17 ปี แน่นอนว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการเล่นฟุตบอลเป็นอย่างมาก โชว์ลีลาการเล่นลูกหนังได้โดนเด่น ทำผลงานได้ดีเยี่ยม และเป็นกำลังหลักของทีมชาติในตอนนั้น เขาได้ร่วมสร้างความสำเร็จแรกของเขาโดยการคว้า แชมป์ฟุตบอลโลกในชุดอายุ 17 ปีบริบรูณ์ แล้วก็ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมในปีนั้นอีกด้วย

หลังจากนั้นเขาก็พัฒนาฝีเท้ามาเรื่อยๆ ได้โชว์สกิลการเล่นให้คนทั้งบราซิลได้เห็น และแล้วก็ได้รับโอกาสได้ติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ในปี 1999 มันเป็นจุดเปลี่ยนของเขา ในฤดูกาลต่อมา โรนัลดินโญ่ ได้รับสนใจจาก 3 สโมสรดังได้แค่ อาร์เซ่นอล , แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ปารีสแซ็ง-แฌ็งแมง แต่เหมือนว่าเขาได้ลงเอยกับ ปารีสแซ็ง-แฌ็งแมง ทีมดังจากเมืองน้ำหอม เข้าไปเล่นในลีกเอิง มันเหมือนว่าที่นั้นคือที่สอนและเรียนรู้การเล่น การใช้ชีวิตการเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ เขาก็เรียนรู้อยู่ได้นานพอสมควร

ปังหนักขึ้น เมื่อพาบราซิลคว้าแชมป์บอลโลก

หลังจากนั้น ในปี 2002 เขาได้ลงสนามทำศึก ฟุตบอลโลก เขาได้พัฒนาฝีเท้าจนเป็นเสาหลักของทีมชาติบราซิลในปีนี้ และ ในที่สุดเขาก็พาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก ไปได้สำเร็จ แล้วทิ้งภาพความทรงจำของลูกยิงฟรีคิกอันสุดสวยในเกมชิงแชมป์นัดสุดท้ายไว้ ให้แฟนบอลได้นึกถึงตลอด ในที่สุด โด้เหยินก็ได้รับการติดต่อจากทีมต่างดาวอย่าง บาร์เซโลน่า ทีมจากลีก ลาลีกา สเปน ในปี 2003 ซึ่ง บาร์เซโลน่า ได้ทุ่มซื้อ โรนัลดินโญ่ ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ จนเขาได้ขึ้นสถิติไว้ว่า โรนัลดินโญ่ คือคนที่ค่าตัวแพงที่สุดในยุคนั้น แน่นอนว่า ชีวิตสูงสุดในเส้นทางลูกหนังของเขาก็คือที่บาร์เซโลน่า ในการค้าแข้งมืออาชีพเขาได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จในฉายา R10 คือ แชมป์ลาลีกา 2 สมัย , ยูฟ่าแชมป์ลีก 1 สมัย และยังมีรางวัลที่การันตีไว้ว่าเขาคือนักเตะที่ดีที่สุดในโลกด้วยรางวัล ลูกโลกทองคำ หรือ “บัลลงดอร์“ จากนั้นเขาก็ได้จบชีวิตค้าแข้งในสเปน และ ทิ้งชื่อกับแผลงานของเขาไว้เป็นตำนานที่ คัมป์นู และได้อีกหลายปีต่อมาเขาก็ได้กลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งในบ้านเกิดของเขา และ ยังจากรอยยิ้มให้แก่แฟนคลับได้ตลอดเวลา และนี่คือเรื่องราวที่น่าสนใจบนเส้นทางลูกหนังของชายที่ชื่อว่า โรนัลดินโญ่ ตำนานเหยินน้อยยิ้มเจ้าเสน่ห์..

โด้เหยินในชุกนักเตะบาร์เซโลน่า