โจเซ่ มูรินโญ่ กับการหวนคืนสู่วงการฟุตบอลอีกครั้ง

โจเซ่ มูรินโญ่ กับการหวนคืน

ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “สกายสปอร์ต” สื่อกีฬาชั้นนำแดนผู้ดี โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกสของ ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยถึงความรู้สึกเมื่อกลับเข้ามาสู่วงการฟุตบอลอีกครั้ง และสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ในช่วงพักเบรกที่ผ่านมา พร้อมระบุถึงแนวทางที่เขาจะใช้คุมทีมไก่เดือยทองในอนาคต มูรินโญ่ เริ่มกล่าวว่า “มันเป็นสิ่งที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ และวิธีการที่ผมรู้สึกว่า ตอนนี้ผมมีความสุขที่จะมาที่สโมสรทุกวัน ผมมีความสุขที่จะอยู่ที่นี่ตั้งแต่ 7.30 น. ถึง 18.30 น. ผมมีความสุขที่จะนอนที่นี่หลังจากการแข่งขันจบลง ผมมีความสุขที่ได้อยู่ในสนาม และได้ฝึกสอนผู้เล่นที่มีความสุขในการทำงาน และผมก็วิเคราะห์ทุกอย่างแบบมีความสุข ผมสนุกที่ได้ไปคุมทีมทุกนัด นั่นคือความสุขแบบวันต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้คุณทำผลงานได้ดีที่สุด นั่นคือวิธีที่ผมรู้สึกตอนนี้ว่า ตัวเองมีความสุขมาก”

ในกรณีนี้เห็นได้อย่างชัดเจน มูรินโญ่ พูดคำว่า มีความสุขมากกว่า 10 ครั้ง ใน 3 คำถามแรก และเขาก็คงหมายความแบบนั้นจริงๆ ซึ่งมันคือ ธรรมชาติ และความเป็นตัวตนของ อดีตเทรนเนอร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้มี โอเล่ กุนาร์ โซลชา คุมแทน หลังจากหยุดพักไปนานถึง 337 วัน ในปี 2001 คำว่า ‘Leisure Sickness’ ถูกคิดค้นโดยนักจิตวิทยาชาวดัตช์ Ad Vingerhoets และ Maaike van Huijgevoort มันเป็นความรู้สึกของความไม่พอใจ และในบางกรณีความเจ็บป่วยนั้นมาจาก การไม่สามารถเปลี่ยนการทำงานเป็นสภาพแวดล้อมที่ตัวเองงต้องการได้ ซึ่งงานเหล่านั้น มักจะต้องการความสำเร็จ และมีความรับผิดชอบสูง

ขณะเดียวกัน ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา มูรินโญ่ ยอมรับว่า เขามีความไม่พอใจผลงานของตัวเองเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังมีไฟข้างในตัวเองเพื่ออยากพิสูจน์ผลงาน และ 5 สัปดาห์ที่ ท็อตแนม เขากลับมาอยู่ในจุดที่ตัวเองชื่นชอบอีกครั้ง โค้ชวัย 56 ปี กล่าวว่า “ผมอยู่ในสภาพจิตใจแห่งความสุข ซึ่งผมพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป มันเป็นความมุ่งมั่น 100 เปอร์เซ็นต์ มันเป็นไปได้โดยเฉพาะเมื่อคุณมีความสุขกับตัวเอง เมื่อคุณมีความสุขกับสิ่งที่ล้อมรอบคุณ ผมมีความสุข ผมให้ 100 เปอร์เซ็นต์ของผมกับสโมสรนี้ ผมให้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้”

อยากได้เห็นแทคติกใหม่ๆ ของจ่ามูอีกครั้ง

มูรินโญ่ ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของคนทั่วไปในวันอาทิตย์ที่เป็นวันพักผ่อน แน่นอนว่า เขาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ หายใจ และหลับสนิท แต่ตอนนี้เขารับบทบาทผู้จัดการทีมฟุตบอล และสถานะในการทำงานของเขาก็หมกมุ่นอยู่กับงานอย่างเต็มที่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ อดีตกุนซือ แมนฯยูไนเต็ด กล่าวว่า “เมื่อคุณมีความสุข คุณสามารถทุกอย่างมอบให้กับงาน 101% ผมมักจะพูดเกี่ยวกับความมุ่งมั่นว่า มันเป็นสิ่งสำคัญ และนั่นคือทั้งหมด สำหรับผมแล้ว 99% มันไม่เพียงพอแน่นอน”

แต่ มูรินโญ่ มีความสุขกับผลลัพธ์หรือไม่ ไม่ใช่ทั้งหมดคุณจะถือว่า การพ่ายแพ้ให้กับอดีตทีมเก่าของเขาอย่าง แมนฯยูไนเต็ด และ เชลซี จะปิดกั้นโอกาสไม่สามารถทำให้ สเปอร์ส ก้าวไปสู่การจบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับท็อปโฟร์ ย้อนกลับไปเมื่อ 5 สัปดาห์ก่อน การเริ่มต้นของ มูรินโญ่ กับ สเปอร์ส นั้นยอดเยี่ยม และแม้ว่า เขาจะต้องการความสมบูรณ์แบบมากกว่านี้ แต่โค้ชชาวโปรตุเกส ก็ไม่มีความเชื่อที่ผิดๆ เขาได้กล่าวย้ำว่า เขาไม่ต้องการผู้เล่นใหม่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เขาจะใช้นักเตะชุดเดิมในยุคของ เมาริซิโอ โปเชตติโน โค้ชชาวอาร์เจนตินา ทั้งหมด

“เกี่ยวกับเรื่องของฟุตบอล เมื่อสโมสรเปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่ในช่วงกลางฤดูกาล มันมักมีเหตุผลเสมอ เมื่อทีมสมบูรณ์แบบ เมื่อทีมเล่นได้ดีอย่างน่าอัศจรรย์ และได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม คุณไม่มีทางเปลี่ยนผู้จัดการทีมแน่นอน ผมไม่ได้คาดหวังว่า จะได้ทีมที่ต้องการในช่วงกลางฤดูกาล และหาสถานการณ์ที่สมบูรณ์ทันที ซึ่งมันไม่มีใครคาดคิดเรื่องแบบนั้นได้หรอก แต่สโมสรแห่งนี้น่าทึ่งมาก พวกเขามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยมเงื่อนไขที่น่าอัศจรรย์ในการทำงาน และมีโครงการที่น่าเหลือเชื่อ รวมถึงมีแนวทางสำหรับการพัฒนาทีมในอนาคต” มูรินโญ่ กล่าว

บรรยากาศซ้อมของสเปอร์ส

เลวี่ ผู้มีวิสัยทัศน์ไกลต่อธุรกิจฟุตบอล

คำอธิบายของ ดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร สเปอร์ส เกี่ยวข้องกับคำมั่นสัญญาในการลงทุนซื้อนักเตะใหม่ หรือไม่ มันเป็นคำถามที่น่าสนใจ แต่มันอาจจะไม่เกี่ยวข้องกัน โดยการใช้จ่ายสุทธิของ มูรินโญ่ นั้น มากถึง 300 ล้านปอนด์ ในช่วงเวลา 2 ปีครึ่งที่ แมนฯยูไนเต็ด ก่อนที่จะโดนปลดเมื่อเดือนธันวาคมปี 2018 ในเวลานั้นการจ่ายเงินสุทธิของ สเปอร์ส อยู่ที่ 40 ล้านปอนด์ ในตลาดนักเตะทั้ง 2 ช่วง แต่ แมนฯยูไนเต็ด คว้าแชมป์ได้ 1 รายการภายใต้การคุมทีมของ มูรินโญ่ ซึ่งมันเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบเทียบหากมองจากจำนวนเงินที่ลงทุน อย่างไรก็ตาม 9 เดือนข้างหน้าของ สเปอร์ส จะน่าสนใจ มูรินโญ่ จะได้โอกาสลุยตลาดนักเตะแบบเต็มตัว เขารู้สึกว่า ทีมชุดปัจจุบันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ดีที่สุด

แต่การรั้งนักเตะอย่าง แยน แฟร์ต็องเก้น, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ 2 กองหลังชาวเบลเยียม และคริสเตียน อิริคเซ่น จอมทัพชาวเดนมาร์ก ก็คงเป็นเรื่องยาก แน่นอนว่า มูรินโญ่น่าจะทำการเซ็นสัญญาบางอย่าง แต่นั่นอาจเป็นการรับประกันการเติบโตตามธรรมชาติของทีม มากขึ้นสอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อหากคุณต้องการ นั่นจะเป็นการเปลี่ยนแนวทางของเขา แต่อาจเป็นวิธีที่ชาญฉลาด ท้ายที่สุดการเซ็นสัญญาของเขาถูกย้อนกลับมาโจมตีตัวเองในสมัยที่คุมแมนฯยูไนเต็ด สเปอร์ส มีเป้าหมายเพื่อนำความมั่นใจกลับคืนสู่ทีมที่เคยเป็นขาประจำในท็อปโฟร์ 4 ปีติดต่อกัน และการจัดการคนก็เป็นกุญแจสำคัญ

เรียนรู้ผู้เล่นในเวลาที่เหลือ เพื่อหวังแชมป์ในฤดูกาลใหม่

ถามว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอลหรือไม่ มูรินโญ่ กล่าวว่า “ใช่ ผมต้องเข้าใจผู้เล่นในฐานะบุคคลไม่ใช่แค่ในฐานะลูกทีม พวกเขาเป็นมนุษย์ และผมต้องการเวลาที่จะเข้าใจสิ่งนั้นที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน คุณไม่รู้จักคนหนึ่งได้ดีนักหรอกในช่วงเวลาเพียง 1 สัปดาห์ในการทำงาน และผมทำงานกับคนมากมายที่ผมต้องการในขณะนี้เพื่อเรียนรู้ทุกสิ่งที่ผมสามารถทำได้เกี่ยวกับพวกเขา ถ้าคุณพูดกับผมอีกครั้งในเวลา 2 ปีข้างหน้า ผมอาจจะรู้จักพวกเขาอย่างลึกซึ้ง ในเวลานี้ทุกอย่างผิวเผินมาก และส่วนที่สำคัญมากของงานก็คือ พยายามรู้จักพวกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายใหญ่ สเปอร์ส กล่าว

เมื่อถูกถามว่า ได้เรียนรู้อะไรอีกในช่วงพักเบรกของเขา และได้เรียนรู้อะไรบ้างสำหรับหนึ่งในช่วงเวลาของเขาที่ทำงานด้วยการรับบทกูรูให้กับสกายสปอร์ต มูรินโญ่ อธิบาย ว่า “ผมได้มุมมองใหม่ ๆ ต่อสื่อมวลชน สิ่งหนึ่งคือ การเป็นกูรู มันทำให้ผมคิดว่า การเป็นผู้จัดการทีมนั้น เป็นเรื่องที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมคนบางคนจึงเป็นกูรูได้ดีกว่าผู้จัดการทีม และบางคนก็เป็นผู้จัดการทีมได้ดีกว่าการมาเป็นกูรู แต่ผมเข้าใจงานของกูรูมากขึ้น ผมเข้าใจดีขึ้นมาก ดังนั้น มันเป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้ ผมกำลังเป็นโค้ชฟุตบอล และมันก็ง่ายเพราะผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อ และเคยทำหน้าที่นั้นมาแล้ว”

ในช่วงเวลาของ มูรินโญ่ ที่ “สกายสปอร์ต” เกิดขึ้นหลังจากช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา และเขามีความปรารถนาที่จะกลับเข้ามาในวงการฟุตบอลอีกครั้ง และเวลาที่เขาหยุดพักยังให้ทำให้เขาได้ศึกษาเพิ่มเติมในการอ่าหนังสือเกี่ยวกับปรัชญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ที่ระบุว่า ทุกคนจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง “สิ่งสุดท้ายคือรายงานจากนักวิเคราะห์เกี่ยวกับเกมของไบรท์ตัน นั่นคือหนังสือเล่มสุดท้ายที่ผมอ่าน” มูรินโญ่ กล่าวอย่างอารมณ์ดี และในปีนี้ แม้เขาจะไม่สามารถพา สเปอร์ส คว้าแชมป์รายดารใดได้ แต่ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของ “ไก่เดือยทอง” ไปอย่างสิ้นเชิง

มูรินโญ่ พร้อมลุยสู่การคว้าแชมป์ลีกอีกครั้ง