เทียบสถิติ แฮร์รี่ เคน, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ตั้งแต่ปี 2017

เทียบสถิติ แฮร์รี่ เคน, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ตั้งแต่ปี 2017

การเผชิญหน้าของทั้งคู่อาจจะจบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจาก ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วยสกอร์ 2-2 โดย แฮร์รี่ เคน ทำประตูขึ้นนำให้กับทีมในเกมนี้ แต่สุดท้ายก็พลาดช่วยทีมเก็บ 3 คะแนน ในขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ พลาดทำประตูในเกมนี้ แม้จะมีโอกาสอยู่บ้าง

ไม่มีใครเถียงสำหรับความเป็นระดับโลกในการเล่น รวมถึงการทำประตูของทั้งเคน และซาล่าห์ กับสิ่งที่ทำมาตลอดหลายปีหลัง นับตั้งแต่ดาวเตะชาวอียิปต์ย้ายจากเอเอส โรม่า มาร่วมทีมในปี 2017 กับการแข่งขันในการแย่งดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก

แม้ว่าฤดูกาลนี้เคน จะเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก เมื่อเพิ่งจะทำประตูที่สองในพรีเมียร์ลีก หลังเป็นข่าวกับการย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างหนัก แต่การย้ายทีมก็ไม่ได้เกิดขึ้น หลังจากทำได้ 23 ประตู ในลีกเมื่อฤดูกาล 2020-21 และเป็นดาวซัลโว ในขณะที่ซาล่าห์ เป็นรองดาวซัลโว

แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน ซาล่าห์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม นำเป็นดาวซัลโวเดี่ยวๆ เมื่อกดไป 15 ประตู แถมยังทำได้ 9 แอสซิสต์ เป็นสถิติสูงสุดทั้งสองอย่างในเวลานี้ แต่พวกเราก็ได้หาสถิติมาเทียบกันให้เห็น กับสิ่งที่ทั้งคู่ทำได้ตั้งแต่ปี 2017

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์
ลงสนาม 162 เกม ตัวจริง 155 เกม สำรอง 7 เกม
ทำได้ 110 ประตู 42 แอสซิสต์
จุดโทษ 15 ประตู
เฉลี่ยทำได้ 124.2 นาทีต่อประตู
เฉลี่ยทำได้ 143.8 นาทีต่อประตู (ไม่นับจุดโทษ)
เฉลี่ยทำได้ 89.9 นาทีต่อประตู

แฮร์รี่ เคน
ลงสนาม 142 เกม ตัวจริง 138 เกม สำรอง 4 เกม
ทำได้ 89 ประตู 23 แอสซิสต์
จุดโทษ 12 ประตู
เฉลี่ยทำได้ 138 นาทีต่อประตู
เฉลี่ยทำได้ 159.5 นาทีต่อประตู (ไม่นับจุดโทษ)
เฉลี่ยทำได้ 109.6 นาทีต่อประตู

ตัวเลขการทำประตู และแอสซิสต์ ซาล่าห์ ดูจะมีส่วนร่วมกับทีมมากกว่าเคน แต่สถิติก็ไม่ได้ออกมาห่างกว่ากันเท่าไหร่ เมื่อคิดออกมาเป็นค่าเฉลี่ย อดีตดาวเตะชาวของเอฟซี บาเซิ่ล ก็ยังดูดีกว่า ซึ่งสถิติที่ลดลงไปก็ปฏิเสธไม่ได้เลยสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในฤดูกาลปัจจุบัน เมื่อกัปตันทีมชาติอังกฤษเพิ่งจะทำได้เพียง 2 ประตูในพรีเมียร์ลีก หลังบทความนี้มองแต่เรื่องสถิติจากพรีเมียร์ลีกเท่านั้น

อีกเรื่องหนึ่งก็พูดได้อย่างเต็มปาก สำหรับความสำเร็จของลิเวอร์พูล ในเรื่องของประสบความสำเร็จ และถ้วยรางวัล แม้ว่ารางวัลส่วนตัวจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความยอดเยี่ยมของนักเตะด้วยก็ตาม