ใครโหดกว่ากัน ! เทียบสถิติ 100 เกมแรกของ เมาท์, แลมพาร์ด

ใครโหดกว่ากัน ! เทียบสถิติ 100 เกมแรกของ เมาท์, แลมพาร์ด

เมสัน เมาท์ ผ่านช่วงเวลาที่ถูกวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นไปได้แล้ว เมื่อตอนที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด คุมทีม หลังถูกมองว่าเป็นลูกรัก หลังถูกส่งลงสนามอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว แต่ดาวเตะชาวอังกฤษก็พัฒนาฝีเท้าได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะช่วงเวลาหลายเดือนหลังสุด กับภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล

หากมองย้อนไปดูสถิติของแลมพาร์ด นับตั้งแต่ย้ายจากเวสต์แฮม ยูไนเต็ด มายังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในปี 2001 พัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก แถมตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับทีม 13 ปี จนกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร เมื่อทำได้ 211 ประตู จากการลงสนาม 648 เกมรวมทุกรายการ ก่อนที่จะได้มาคุมทีมในฤดูกาล 2019-20

แน่นอนว่าสิงห์บลูต้องตามหานักเตะในตำแหน่งกองกลางตัวรุกที่แลมพาร์ดเคยทำเอาไว้ จนกระทั่งเมาท์ ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในจุดดังกล่าว จนได้รับโอกาสจากตัวแลมพาร์ดเอง กับการให้โอกาส และประเดิมลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ หลังถูกใจฟอร์มการเล่น เมื่อตอนที่ยืมตัวนักเตะไปร่วมทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในฤดูกาล 2018-19

ปัจจุบันเมาท์ดำเนินการลงสนามมาแล้ว 100 เกมรวมทุกรายการ โดยบทความนี้จะเอาไปเทียบกับสถิติของแลมพาร์ด ว่าจะออกมาเป็นยังไง และน่าสนใจได้ขนาดไหน รวมถึงความหวังมี่จะสร้างให้กับทีม ซึ่งอาจจะกลายเป็นตำนานของทีมในอนาคต หากฝ่าฟันช่วงเวลาอีกมากมายในอนาคต

เมสัน เมาท์
ลงสนาม 100 เกม ตัวจริง 83 เกม สำรอง 17 เกม
ทำได้ 16 ประตู 13 แอสซิสต์ 1 จุดโทษ
เฉลี่ย 461.1 นาทีต่อประตู
เฉลี่ย 491.8 นาทีต่อประตู (ไม่รวมจุดโทษ)
เฉลี่ย 254.4 นาทีต่อประตูหรือแอสซิสต์

แฟร้งค์ แลมพาร์ด
ลงสนาม 100 เกม ตัวจริง 94 เกม สำรอง 6 เกม
ทำได้ 15 ประตู 7 แอสซิสต์ 0 จุดโทษ
เฉลี่ย 568 นาทีต่อประตู
เฉลี่ย 568 นาทีต่อประตู (ไม่รวมจุดโทษ)
เฉลี่ย 387.2 นาทีต่อประตูหรือแอสซิสต์

กับสถิติที่ออกมา ถือเป็นความหวังอย่างมากเลยสำหรับฟอร์มการเล่นของเมาท์ แม้ว่าในช่วงเวลาตอนนั้นของแลมพาร์ด จะเป็นเหมือนกับช่วงเวลาในการสร้างทีม กับการก้าวขึ้นมาเป็นทีมแถวหน้าของสโมสร เมาท์ ทำสถิติได้ดีกว่าแลมพาร์ด แต่ช่วงเวลาที่เหลือก็นับเป็นสิ่งที่นักเตะจะต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวกลายเป็นสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย กับสถานการณ์ในปัจจุบัน กับโอกาสในการเล่นกับทีมเดียวไปตลอดเส้นทางการค้าแข้ง หลังนักเตะหลายคนต้องเจอกับเรื่องดังกล่าว และนับเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าติดตามเหมือนกันในอีกหลายปีข้างหน้า