คอนเนอร์ โคดี้ กัปตันผู้มีเอกลักษณ์แห่งทัพ “หมาป่า”

ยอดกองหลังในแบบ 3 คน

คอนเนอร์ โคดี้ กองหลังกัปตันทีม วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรดังในศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อธิบายบทบาทการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ สกายสปอร์ต” สื่อกีฬาชั้นนำแดนผู้ดี” โดยผู้นำแห่งทัพหมาป่ายังได้กล่าวถึงหน้าที่ของตัวเอง และอนาคตของเขาที่สโมสร ตามเสียงเพลงที่แฟนบอล วูล์ฟแฮมป์ตัน ร้องในสนาม โมลินิว สเตเดี้ยม ที่บอกว่า “โคดี้ เป็นสเกาเซอร์ แต่ตอนนี้เขาใส่เสื้อสีทองและดำ” ในขณะที่ ดาวเตะวัย 26 ปี ยังคงภาคภูมิใจในรากเหง้าของตัวเองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเด็กปั้นของหงส์แดง ลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม โคดี้ ไม่ได้ปิดบังความจริงเลยที่ว่า ตอนนี้ลูก ๆ ของเขาเป็นแฟนบอลของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปแล้ว ขณะที่ พ่อ และพี่ชายของเขาก็จองเที่ยวบินไปยังเมืองบาร์เซโลนาประเทศสเปนเพื่อเตรียมเชียร์เขาลงเล่นในศึกยูโรปา ลีก ที่ “หมาป่า” บุกไปเยือน เอสปันญ่อล ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

โคดี้ ได้ซื้อบ้านอยู่ที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน มานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่การที่เคยเป็นอดีตนักเตะ ลิเวอร์พูล ทำให้เขายังคงมีสายสัมพันธ์อันดีกับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลัง “หงส์แดง” ซึ่งมักโทรไปให้กำลังใจเขาอยู่เสมอก่อนลงสนามแต่ละเกม หลังย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ในปี 2014 โคดี้ ย้ายไปเล่นกับทีมระดับลีกรองลงมาอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ แต่ทีมที่ทำให้เขาก้าวหน้าในอาชีพนักฟุตบอลมากที่สุดก็คือ วูล์ฟแฮมป์ตัน ต้นสังกัดในปัจจุบัน โคดี้ ไม่ใช่คนแรกที่ลงไปเล่นในลีกระดับต่ำว่าก่อนจะพาตัวเองกลับมาเล่นในลีกสูงสุดได้อีกครั้ง ซึ่งมันไม่ใช่แค่เรื่องของการทำงานหนัก และความสามารถพิเศษ แต่มันมีองค์ประกอบหลายอย่างรวไปถึงเรื่องโชคชะตาด้วย อดีตดาวเตะ ลิเวอร์พูล ได้เล่นเป็นกองกลางอยู่เป็นประจำในสมัยที่เล่นให้กับทั้ง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ จากนั้น เขาถูกจับมายืนเป็นแบ็คขวาในฤดูกาลที่ 2 ของเขากับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่ง โคดี้ ก็ยอมรับว่า ตัวเขาไม่เคยได้เล่นในตำแหน่งที่ถนัดเลย

นูโน่ เอสพิริโต ซานโต กับการคุมทีมวูล์ฟแฮมตันมากกว่า 100 รายการ

ตำแหน่งใหม่ ที่งานหินกว่าเดิม

กัปตันหมาป่า กล่าวกับสกายสปอร์ต ว่า ”ผมไม่ใช่แบ็คขวา แต่ผมต้องทำหน้าที่ชั่วคราวในตำแหน่งนั้น และผมบอกคุณด้วยควาสัตย์จริงเลยว่า มันยากมากๆ ผมต้องทำงานเพื่อทีมเมื่อยามที่จำเป็น ดังนั้น ผมจะมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และไม่มองอะไรที่ไกลเกินไป แน่นอน ผมไม่เคยบอกตัวเองว่า ผมจะได้กลับไปเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เพราะถ้ามันไม่เกิดขึ้นแสดงว่าคุณกำลังมีปัญหา โชคดีที่ผมพบว่า ผมทำได้ และในปัจจุบันตัวเองอยู่กับผู้จัดการทีมระดับโลกแล้ว” แข้งชาวอังกฤษ กล่าว

นูโน่ เอสพิริโต ซานโต กุนซือชาวโปรตุเกส ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ไม่ได้สำคัญมากไปกว่าการมาถึงของ โคดี้ เมื่อปี 2015 โดยอดีตดาวรุ่ง ลิเวอร์พูล กลายเป็นผู้นำทีม และยังเป็นกระบอกเสียงของ ซานโต ในสนามอีกด้วย เขาสร้างแนวทางการเล่นรูปแบบใหม่ให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ด้วยการใช้ปราการหลัง 3 คน และบทบาทของ โคดี้ ก็ปลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว ซึ่งเขาถูกมองว่า เป็นสวีพเปอร์สมัยใหม่ ที่สามารถสร้างสมดุลให้กับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะเดียวกัน รุย ปาทริซิโอ นายทวารทีมชาติโปรตุเกสของ วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็นผู้รักษาประตูที่มักจะไม่ออกมาไกลจากกรอบเขตโทษมากนัก แต่เขามีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยมบนเส้นประตู โดย จอห์น รัดดี้ อดีตโกล์หมาป่า กล่าวว่า “รุย แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับทุกคนที่ผมเคยทำงานด้วยมาก่อน เขาอยู่ใกล้กับเส้นประตูมากๆ ซึ่งมันมากกว่าโกล์คนใดก็ตามที่ผมเคยเห็น และเห็นได้ชัดว่า การเล่นแบบนี้มันเหมาะกับเขามาก”

ผลที่ตามมาคือการที่ โคดี้ ต้องอยู่ในตำแหน่งที่ลึกกว่าผู้เอาท์ฟิลด์อื่นในพรีเมียร์ลีก ซึ่งในงานตรงนั้นควรจะเป็นหน้าที่ของผู้รักษาประตูเหมือนกับที่ทีมอื่นทำกัน อย่างไรก็ตาม สถิติมันฟ้องว่า โคดี้ จ่ายบอลในระยะ 5 หลา ได้ดีกว่ากองหลังทุกคนจากทีมใน 8 อันดับแรก อดีตเด็กปั้น ลิเวอร์พูล กล่าวต่อว่า “ เราเล่นในวิธีที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟส่วนใหญ่ ผมต้องยืนลึกในแดนตัวเอง และงานของผมคือพยายามจัดระเบียบทีมให้ได้มากที่สุด” ความจริงแล้วตำแหน่งการยืนของ โคดี้ นั้นอยู่ลึกมาก วูล์ฟแฮมป์ตัน จึงให้ความสำคัญอย่างมากต่อการผ่านบอลยาวของเขา และจนถึงฤดูกาลนี้ เขาผ่านบอลยาวสำเร็จไป 129 ครั้งในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นสถิติอันดับ 1 และรองลงมา คือ เวอร์จล ฟาน ไดจค์ ปราการหลังชาวดัตช์ ของ ลิเวอร์พูล ที่ผ่านบอลยาวสำเร็จ 87 ครั้ง นั่นแสดงให้เห็นว่า บทบาทของพวกเขาแตกต่างกันอย่างไร

ขณะเดียวกัน ไม่มีทีมใดในลีกต้องอาศัยการกระจายบอลระยะยาวจากกองหลังมากกว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน อีกแล้ว ซึ่ง โคดี้ อธิบายต่อว่า “มันเป็นส่วนสำคัญสำหรับเกมของเรา มันสำคัญมากเพราะวิงแบ็คของเราเป็นจุดเด่น พวกเขาสำคัญกับเรามากในการกำหนดว่าเราควรจะเล่นอย่างไร และเราควรจะบุกตอนไหน “ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องมีผู้เล่นในทีมอย่าง รูเบน เนเวส และ เจา มูตินโญ่ เช่นกัน ซึ่งพวกเขาสามารถหาช่องผ่านบอลให้กับวิงแบ็คได้อย่างรวดเร็ว และวิงแบ็คของเราสามรถบุกไปข้างหน้า และสร้างโอดาสทำประตูให้กับเราได้”

คอนเนอร์ โคดี้ กัปตันแห่งหมาป่า

เรียนรู้เพื่อนร่วมทีม เพื่องัดกลยุทธ์ใหม่ๆ

ไม่ใช่แค่ว่า โคดี้ กำลังพยายามผ่านบอล และใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แต่นั่นคือ เขามีความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีม เขาเคยเป็นอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษชุดอายุต่ำกว่า 20 ปีมาแล้ว รวมถึงยอมไปเล่นแบ็คขวามาอย่างยาวนานเพื่อช่วยทีมแก้ปัญหา และ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม กัปตัน “หมาป่า” ก็มีอัตราความสำเร็จในการผ่านบอลที่ดีกว่า ฟาน ไดจค์ และกองหลังคนอื่นๆในลีก ความแม่นยำในการเปิดบอลของ โคดี้ ไปยังวิงแบ็คทั้ง 2 ฝั่งของ วูล์ฟแฮมป์ตัน อย่าง อดาม่า ตราโอเล และแม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ นั้น เปรียบเสมือนความสามารถพิเศษของเขาในการเปลี่ยนการป้องกันเป็นการโจมตีในทันที ซึ่งสถิติดังกล่าวอ้างอิงจาก Opta เมื่อพูดถึงการโจมตีโดยตรง มันหมายถึง การที่จากแดนตัวเองไปยังแดนคู่แข่งอย่างรวดเร็ว และจบลงด้วยการยิงประตู หรือสัมผัสบอลภายในกรอบเขตโทษของคู่แข่ง ซึ่ง วูล์ฟแฮมป์ตัน ทำโอกาสแบบนี้ได้มากกว่าทีมอื่น

โคดี้ กล่าวว่า “มันเป็นชั่วโมงแห่งการทำงานหนักในสนามฝึกซ้อม มันไม่ใช่แค่เกี่ยวกับผมที่ฝึกผ่านบอล แต่มันเกี่ยวกับการรู้ว่า เพื่อนร่วมทีมของคุณจะอยู่ที่ไหน ผมต้องทำให้แน่ใจว่า ผมรู้ว่าอะไรที่ โดเฮอร์ตี้ หรือ ตราโอเล่ กำลังจะทำเพื่อให้แน่ใจว่า เส้นทางผ่านบอลของผมจะไปถึงพวกเขา และบางครั้งพวกเขาสามารถถอยกลับมาเอาบอล หรือบุกไปเลยทันที และทุกคนรู้จักบทบาท และวิธีเล่นของตัวเองเป็นอย่างดี” วิธีการของ ซานโต นั้น ไม่ได้ส่งมอบชัยชนะให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน เสมอไป แต่หลักการของเขาไม่เคยเปลี่ยน นักเตะหมาป่ามีการฝึกฝนอย่างดีในระบบที่ได้เห็นการปรับปรุงเล็กน้อยเตั้งแต่วันที่โค้ชชาวโปรตุเกส เข้ามาคุมทีมเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

มีโอกาสที่อาจได้ร่วมทัพสิงโตคำรามชุดใหญ่

สำหรับ โคดี้ บทบาทของเขาได้นำไปสู่โอกาสการถูกเรียกตัวไปรับใช้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือ “สิงโตคำราม” อยากเล่นในระบบกองหลัง 3 ตัว แต่ความยอดเยี่ยมของเขาอาจถูกมองข้ามไปได้หากอังกฤษยังคงยึดระบบแนวรับ 4 คน กัปตัน วูล์ฟแฮมป์ตัน กล่าวต่อว่า “เป็นคนอื่นที่พูดถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ มันไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดเลย ตอนนี้อังกฤษมีกองหลังตัวกลางมี่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ผมต้องการลงเล่นให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน มากเท่าที่จะทำได้ สำหรับตอนนี้การเล่นให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็เพียงพอแล้ว”

แน่นอนว่า โคดี้ กลายเป็นส่วนสำคัญของทีมนี้ไปแล้ว เมื่อตอนที่ ซานโต คุมทีมในลีกนัดที่ 100 ของเขาในฐานะผู้จัดการทีม วูล์ฟแฮมป์ตัน ในเกมกับ ไบรท์ตัน นั้น โคดี้ ก็ลงเล่นให้กับพลพรรค “หมาป่า” เป็นนัดที่ 99 ด้วยเช่นเดียวกัน เขากล่าวว่า “ลูก ๆ ของผมโตขึ้นกับการเป็นแฟนบอลของ วูล์ฟแฮมป์ตัน และพวกเขาจะเป็นแฟนของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในตอนนี้ต่อไป ภรรยาของผมนำพวกเขามาชมเกม และพวกเขารู้จักเพลงเชียร์ทุกเพลง พวกเขารู้ดีว่า พ่อของพวกเขาเล่นให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน มันเป็นชีวิตที่ยิ่งใหญ่ของเรา นั่นเป็นวิธีที่มันจะเป็นอย่างนี้ เพราะผมต้องการเล่นให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปอีกนาน พวกเขาเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมมากๆ”